top of page

 

 

 

 

 

 

    สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด


                วัด ทักษิณวารีสิริสุข  เป็นวัดราษฏร์ ตั้งอยู่เลขที่  ๕๘ หมู่ที่  ๒  บ้านลำดวน  ถนนลำดวน - กระเทียม  ตำบลลำดวน  อำเภอลำดวน  จังหวัดสุรินทร์  สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย  ก่อตั้งวัดเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๐  ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา   เมื่อ  วันที่  ๘ มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๕๔  เขตวิสุงคามสีมากว้าง  ๑๘  เมตร  ยาว  ๓๖  เมตร 


    เขตที่ตั้งและอุปจารของวัด


                          ที่ดิน ตั้งวัด มีเนื้อที่  ๙ ไร่ ๒ งาน   ทิศเหนือ ประมาณ  ๒ เส้น   มีพื้นที่ ติดต่อกับชุมชนคุ้มตะบองเพชร  ทิศใต้ ประมาณ  ๓  เส้น ๕ วา มีพื้นที่ติดต่อกับที่ชุมชนคุ้มตาเปาะ  ทิศตะวันออก ประมาณ  ๒  เส้น  ๑ วา มีพื้นที่ติดต่อกับถนนสาธารณะ ทิศตะวันตก      ประมาณ  ๒  เส้น   มีพื้นที่ติดต่อกับชุมชนคุ้มตาเปาะ ที่ธรณีสงฆ์ที่เป็นสร้าง ฌาปนสถาน (เมรุ) ทางทิศตะวันออก อีกประมาณ ๔ ไร่ ปัจจุบันวัดทักษิณวารีสิริสุข ตั้งอยู่ระหว่างชุมชนบ้านลำดวนหมู่ที่  ๑  และชุมชนบ้านลำดวนหมู่ที่  ๒  ชุมชนบ้านลำดวนหมู่ที่  ๑๐  อาณาเขตโดยรอบของวัดมีกำแพงล้อมรอบบริเวณเป็นกำแพงที่มั่นคงแข็งแรง  ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศรัทธาของประชาชนบ้านลำดวนและประชาชนทั่วไป  ภายในบริเวณวัดมีความรื่นรมย์สงบเย็นด้วยต้นไม้นานาพันธ์  และมีสถานที่ที่สำหรับจัดพิธีกรรมและประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในวัน สำคัญต่าง ๆ


    ความเป็นมา


            วัดทักษิณวารีสิริสุขเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอลำดวน  มีประวัติความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน  มีการกล่าวขานถึงความเป็นมาที่ยากจะสรุปได้ว่าใคร  หรือผู้ใดที่เป็นผู้ก่อร่างสร้างวัดนี้เป็นคนแรก หรือกลุ่มแรก สร้างขึ้นด้วยเหตุผลหรือแรงศรัทธาที่จะปรารภถึงสิ่งใดนั้นมิอาจทราบได้ เนื่องด้วยไม่มีหลักฐานหรือเอกสารใด ๆ ที่เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ที่จะอ้างอิงถึงสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในอดีตของวัดแห่งนี้ได้  แต่จากการได้รับการบอกเล่าจากผู้สูงอายุและคนรุ่นก่อนที่ได้เล่าถึงความเป็น มาของวัดแห่งนี้ พอเรียบเรียงได้ดังนี้
            วัดทักษิณวารีสิริสุขเป็นวัดโบราณสร้างมานานแล้ว หรือประมาณ ๑๑๓ ปีมาแล้ว จำเดิมแต่ก่อนที่จะได้มีการสร้างวัด  ณ ที่ปัจจุบันนั้น บริเวณดังกล่าวเป็นแต่เพียงพื้นที่ที่รกร้างเต็มไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิด  และสถานที่ตั้งของวัดและชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบบริเวณของวัดนั้นก็เคยเป็น สถานที่ที่เป็นที่อยู่อาศัยของขอมสมัยโบราณ  ดังจะเห็นจากหลักฐานทางโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เช่น คูเมืองชั้นนอก  คูเมืองชั้นใน  กำแพงดิน  หนองน้ำต่างๆ อันเกิดจากการขุดสร้างขึ้นของคนในสมัยโบราณ  และเจดีย์ปราสาทโบราณ (ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนชุมชนบ้านลำดวน)
            จากคำบอกเล่า  ในสมัยก่อนที่จะได้มีการสร้างวัด  เดิมทีมีหลวงพ่อรูปหนึ่งเป็นพระกัมพูชา (ไม่ปรากฏนามของท่าน) ได้ธุดงค์มาปักกลดอยู่ในบริเวณวัดในปัจจุบันดังกล่าว  ในกาลต่อมาชาวบ้านก็ได้นิมนต์ให้ท่านได้พำนักพักอาศัยอยู่ประจำที่แห่งนี้ โดยการสร้างที่พักอาศัยอย่างง่าย ๆ ใช้วัสดุตามแต่จะหาได้ให้ท่านได้อยู่จำพำนัก  เพื่อเป็นที่ที่จะให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้ทำบุญสร้างกุศลและเป็นที่พึ่งทาง ใจของชาวบ้าน  ต่อมาเมื่อท่านได้พำนักอยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่งพอสมควร  และในระยะเวลาต่อมาท่านพระภิกษุชาวเขมรรูปนั้นก็ได้ออกเดินธุดงค์ต่อไป  ปล่อยให้สถานที่แห่งนี้ไม่มีพระภิกษุอยู่พำนัก  และในช่วงเวลาดังกล่าวนี้นี่เอง  เมื่อชาวบ้านไม่มีพระภิกษุซึ่งเป็นเนื้อนาบุญในอันที่ประกอบศาสนกิจต่างๆใน ทางพระศาสนา  ก็ปรารถนาที่จะให้มีพระภิกษุอยู่พำนักพักประจำ   ชาวบ้านได้ปรึกษาหารือกัน และได้มีมติเห็นว่าพ้องต้องกันว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้จะต้อง มีวัดและมีพระภิกษุพำนักอาศัยอยู่ประจำ  เพื่อที่จะไม่เป็นการลำบากในการเดินทางไปทำบุญสร้างกุศลตามประเพณีในโอกาส ต่างๆ ในวัดที่ไกลห่างออกไป   ดังนั้นชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์หลวงปู่เถร (ไม่ทราบฉายา) มาอยู่พำนักประจำ และท่านก็ได้มรณภาพ ต่อมาก็ได้มีหลวงพ่อดุ่ย (ไม่ทราบฉายา) ได้นิมนต์มาอยู่ในวัดแห่งนี้เรื่อยมา จนได้มรณภาพ  ทำให้วัดแห่งนี้ไม่มีพระจำอยู่นานประมาณสองปีก็ได้มีหลวงพ่อเมา (ไม่ทราบฉายา) เดินทางมาปักกรด ในวัดแห่งนี้ชาวบ้านจึงได้นิมนต์หลวงพ่อเมาจำพรรษาเรื่อยมาจนมีชาวบ้าน เลื่อมใสศรัทธาและได้มีพระภิกษุเพิ่มขึ้นหลายรูป ชาวบ้านทั้งหลายในชุมชนได้ร่วมกันก่อสร้างเสนาสนะพัฒนาสถานที่แห่งนี้ให้ดี ขึ้นมาเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง จนถึงวาระละสังขารของหลวงพ่อเมา (ไม่ทราบฉายา)  ได้มรณภาพลงและหลวงพ่อเมามีลูกศิษย์ชื่อหลวงพ่อธิน พระงาม ได้อยู่จำพรรษาเรื่อยมาชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างเสนาสนะถาวรวัตถุ และได้ดำเนินการขอนุญาติสร้างวัดและได้ขอตั้งวัดได้ในสมัยนั้น ต่อมา ปี พ.ศ. ๒๔๕๐  หลวงพ่อธิน พระงาม ก็ได้ลาสิกขา จึงทำให้วัดแห่งนี้ไม่มีพระจำพรรษาอยู่หลายปี ต่อปีมาญาติโยมจึงไปนิมนต์หลวงปู่หว่าง  ธมฺมโชโต ที่จำพรรษาอยู่วัดบ้านปราสาท   ตำบลตาอ็อง  ปัจจุบัน  และได้มีอุบาสกคนหนึ่งชื่อ คุณพ่อทวน นามสกุล  ทุนทอง  (ยังมีชีวิตอยู่) ได้ติดตามหลวงปู่หว่าง  ธมฺมโชโต ได้พาชาวบ้านดำเนินการสร้างอุโบสถขึ้นในสมัยนั้น ซึ่งวัสดุก็ไม่มีสดวกจึงบอกญาติโยมให้สร้างด้วยไม้ใช้มุงด้วยหญ้าคาในอุโบสถ เป็นที่โล่งมีพระประธานในสร้างด้วยแกะสลัก ต่อมาหญ้าคาจนได้พระราชทานวิสุงคาม เมื่อวันที่  ๘ มีนาคม  ๒๔๕๔  ในที่สุด


     ทรัพย์สินของวัดโดยสังเขป

อุโบสถ


                                ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทย ประดับด้วยช่อฟ้า  ใบระกา และมีการประดับตกแต่งให้ดูสวยงาม ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปพระนามว่า พระยุวพุทธมหามงคล เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย        บริเวณโดยรอบอุโบสถ  มีการสร้างกำแพงแก้วล้อมรอบ ขนาดความกว้าง ๒๒.๐๐ เมตร ขนาดความยาว ๔๖.๐๐ เมตร สร้างขึ้นครั้งแรก  เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒


ศาลาการเปรียญ( ศาลาบุญครอง )


                            ป็น ศาลาที่ใช้เป็นศาลาเอนกประสงค์ สำหรับพุทธศาสนิกชนทำบุญและฟังธรรมในวันธรรมสวนะและจัดกิจกรรมในวันสำคัญทาง พระพุทธศาสนา และใช้เป็นที่อบรม ประชุม สัมมนาแก่พระภิกษุ-สามเณร และประชาชนทั่วไป ในโอกาสต่าง ๆ  สร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. ๒๕๓๑ โดยมีคุณยุวดี  บุญครอง เป็นเจ้าภาพ   ก่อสร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  ขนาดความกว้าง ๑๘.๐๐  เมตร  ขนาดความยาว ๓๘.๕๐ เมตร   


ห้องสมุด พระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ  ๘๐ พรรษา


                           ป็น อาคารชั้นเดียว  วัตถุประสงค์เพื่อเป็นที่ศึกษาค้นคว้าของ นิสิต นักศึกษา  นักเรียน  และประชาชนทั่วไป  ขนาดความกว้าง ๔.๕๐ เมตร  ความยาว ๙.๐๐ เมตร โดยมีคุณพ่อเยื้อน  จันทเขต  และเครือญาติ  เป็นเจ้าภาพ


อาคารเรียนพระปริยัติธรรม(แผนกธรรม)


                       ช้ เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยและอบรมเกี่ยวกับความรู้ในด้านต่าง ๆ ของพระภิกษุสามเณร ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา  และใช้เป็นที่พำนักพักอาศัยของอาคันตุกะที่มาเยี่ยมเยียนวัดในโอกาสต่างๆ มีขนาดความกว้าง  ๔.๕๐  เมตร   ความยาว ๑๒.๕๐ เมตร


อาคารหอฉัน


                        เป็น อาคารทรงประยุกต์ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  มีความมั่นคงแข็งแรง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๙ ใช้เป็นสถานที่ต้อนรับคณะศรัทธาของญาติโยมที่มาทำบุญในโอกาสต่างๆ  เป็นที่ประกอบศาสนกิจในกรณีที่จำนวนคนไม่เกิน  ๑๕๐  คน เช่น  ถวายสังฆทาน  ทำบุญในวันธรรมสวนะ  และเป็นอาคารหอฉันของพระภิกษุ  ขนาดความกว้าง ๗.๕๐ เมตร  ขนาดความยาว ๑๒.๕๐ เมตร


ฌาปนสถาน


                        ร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก  ใช้เป็นที่ฌาปนกิจศพ  มี  ๒ เตา  ขนาดความกว้าง ๕.๐๐ เมตร  ความยาว ๑๑.๐๐ เมตร  ความสูง ๑๗.๐๐ เมตร  โดยได้เทพื้นซีเมนต์บริเวณโดยรอบฌาปนสถาน   และมีรั้วรอบด้าน  ทางด้านหน้าฌาปนสถานเป็นศาลารองรับผู้มาร่วมงาน  ขนาดความกว้าง ๑๐.๕๐ เมตร  ขนาดความยาว ๒๑.๐๐ เมตร


      ปูชนียสถานที่สำคัญ
มณฑป วิหารบูรพาจารย์ อตีตเจ้าอาวาส


                           ป็นที่ ประดิษฐานรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาส – รองเจ้าอาวาส  รูปเหมือนหลวงปู่หว่าง  ธมฺมโชโต   รูปเหมือนหลวงพ่อพระครูสังขปุรานุรักษ์ (สมพงษ์ กนฺตสีโล) รูปเหมือนหลวงพ่อหลอด  มหานาโถ  ซึ่งเป็นที่เคารพและสักการะของประชาชนทั่วไป   เพื่อความเป็นสิริมงคล  ขนาดความกว้าง ๖.๕๐ เมตร   ขนาดความยาว ๖.๕๐  เมตร  สูง  ๑๙  เมตร


ประวัติการก่อสร้างอุโบสถ


                          อุโบสถ หลังเดิมสร้างขึ้นโดยใช้ไม้เป็นโครงสร้างหลัก มุงหลังคาด้วยหญ้าคา ต่อมาหลังคาชำรุด และได้เปลี่ยนเป็นไม้ฝามุงหลังคาแทน มี พระประธานประจำอุโบสถเป็นพระพุทธรูปที่สลักด้วยไม้ เมื่อวันเวลาผ่านไป ทั้งอุโบสถชำรุด ทรุดโทรม ลงไปตามกาล ต่อมาจึงได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนอุโบสถหลังเก่าที่ชำรุด ทรุดโทรม โดยสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นลักษณะแบบสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ก่อสร้างขึ้น ด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ล่วงเลยผ่านไปอุโบสถเกิดความชำรุดทรุดโทรมลงอีก จึงได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่เมื่อพ.ศ. ๒๕๕๒


ศาสนวัตถุ  ความเลื่อมใสศรัทธา  และการเคารพบูชา

 

วัตถุมงคล


                         วัตถุมงคลของวัดที่ได้รับความนิยมของวัด  คือ  เหรียญกษาปณ์ของหลวงพ่อหว่าง  ธมฺมโชโต
ใบลาน


                         มีใบลานที่เป็นอักษรขอมโบราณ


เอกสารหรือหนังสือเก่า


            หนังสือพระไตรปิฎก


จำนวนพระ/เณรในวัด ๕ ปีย้อนหลัง


ปี พ.ศ. ๒๕๔๙          มีพระภิกษุ     ๘      รูป
ปี พ.ศ.๒๕๕๐           มีพระภิกษุ     ๑๐     รูป
ปี พ.ศ. ๒๕๕๑          มีพระภิกษุ     ๑๒    รูป
ปี พ.ศ. ๒๕๕๒          มีพระภิกษุ     ๑๓    รูป
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓          มีพระภิกษุ     ๑๔    รูป

การศึกษาและการสาธารณะสงเคราะห์
                        ด้านสาธารณูปการ  วัดได้สร้างห้องสมุดพระพุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ  ๘๐ พรรษา  และสร้างห้องปฐมพยาบาล  ที่พักสำหรับอาคันตุกะ  และพุทธศาสนิกชนทั่วไป จัดหาที่นั่งตามร่มไม้ในที่ ที่เหมาะสม  เป็นที่สำหรับบริการแก่หน่วยงานราชการและองค์กรต่าง ๆ  จัดสร้างห้องน้ำ  ห้องสุขาไว้บริการ  มอบทุนแก่โรงเรียนเช่นได้ตั้งกองทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนดี แต่ยากจน   โดยได้นำฝากบัญชีเลขที่ ๖๑๑-๐-๑๘๘๑๒-๒  ธนาคารกรุงเทพ  สาขาลำดวน  ชื่อบัญชี  พระสรวิชญ์  สมนึก  โดยมีทุนเริ่มต้น ๕๐,๐๐๐  บาท  (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

 

การบริหารและการปกครอง

                        วัดทักษิณ วารีสิริสุข  โดยมีพระครูโกวิทธรรมาภินันท์ เป็นเจ้าอาวาส  และมีตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์เป็นรองเจ้าคณะตำบลลำดวน – ตำบลตรำดม – ตำบลอู่โลก   การปกครองภายในวัด   ตั้งคณะกรรมการให้ช่วยดูแลด้านการปกครองให้พระภิกษุ สามเณร  ภายในวัดให้ตั้งอยู่ในพระธรรมวินัย  กฎ  ระเบียบของคณะสงฆ์  ของวัดโดยเคร่งครัด  ด้านเผยแผ่  ด้านการศึกษาและด้านสาธารณูปการ  และการสงเคราะห์



      เจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนามมีดังนี้



            

                       รายนาม------------------------------------ตำแหน่ง-------------------------ดำรงตำแหน่งเมื่อ
                 หลวงพ่อเถร(ไม่ทราบฉายา)---------------------------หัวหน้าที่พักสงฆ์----------------------พ.ศ. ๒๔๔๐  (เป็นต้นมา)
                 หลวงพ่อดุ่ย  (ไม่ทราบฉายา)--------------------------หัวหน้าที่พักสงฆ์----------------------พ.ศ. ๒๔๔๕ (เป็นต้นมา)
                 หลวงพ่อเมา(ไม่ทราบฉายา)--------------------------หัวหน้าสำนักสงฆ์----------------------พ.ศ. ๒๔๔๗ (เป็นต้นมา)
                 เจ้าอธิการหว่างธมฺมโชโต------------------------------.เจ้าอาวาส--------------------------พ.ศ.๒๔๗๖- ๒๕๑๘
                 พระครูสังขปุรานุรักษ์  (สมพงษ์  กนฺตสีโล)------------------เจ้าอาวาส------------------------พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๔๑
                 พระมหาบัญญัติ   ญาณรํสี------------------------------เจ้าอาวาส-------------------------พ.ศ. ๒๕๔๒–๒๕๔๕
                 หลวงพ่อหลอด มหานาโถ          
                 พระบุญส่ง ขนฺติสาโร-----------------------------------รักษาการฯ------------------------พ.ศ.  ๒๕๔๖- ๒๕๔๗
                 พระครูโกวิทธรรมาภินันท์ (พระปลัดสรวิชญ์ ปณฺฑิโต)----------เจ้าอาวาส------------------------พ.ศ. ๒๕๔๙  -  ปัจจุบัน

                                ๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

กลับสู่หน้าแรก

ประวัติวัดทักษิณวารีสิริสุข

bottom of page